วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

บันทึกการเข้าเรียน วันที่ 21 มกราคม 2552

สวัสดีค่ะ...กลุ่มของดิฉันได้หัวข้อเรื่องเกี่ยวกับ "การอ่านและการเขียน" และมีการแยกหัวข้อออกมาอีกคือ
1. ฟังประกอบหุ่น
2. ฟังและแยกเสียง
3.ฟังเสียงคำคล้องจอง
4.ฟังอย่างสร้างสรรค์และวิจารย์
5.ฟังแล้วทำตามคำสั่งกลุ่มดิฉันนำเสนอหัวข้อแรกโดยการเชิดหุ่นและเล่านิทานไปด้วยหัวข้อที่สอง ทำเสียงเหมือนเสียงสัตว์ เช่น แมว สุนัขหัวข้อที่สาม อ่านคำคล้องจองให้เพื่อนฟังเลื่อยไม้ใสกบเลื่อยไม้ เลื่อยไม้ใสกบ นับไม้ให้ครบจะไปสร้างบ้านไหนตะปู ไหนค้อน เอามาตอกโป๊ง โป๊งอากาศปลอดโปร่ง ช่างแสนสำรายสร้างบ้านน้อย น้อย ให้น้องข้าอยู่เชิญคุณย่า เชิญคุณปู มาพักนาน นานฝนตกพรำ พรำฝนตกพรำ พรำ แม่ดำกางร่มแกเดินก้มก้ม อยู่ข้างกำแพงพอเดี๋ยวแดดออก ไปบอกแม่แดงฉันไม่มีแรง หุบร่มให้ที่หัวขอ้ที่สี่ ฟังอย่างสร้างสรรค์และวิจารณ์ยกตัวอย่าง เช่น การอธิบายปกนิทานให้เด็กรู้ก่อนว่าชื่อเรื่องว่าอย่างไรหัวข้อที่ห้า ฟังแล้วทำตามคำสั่งเราได้ความรู้จากการที่เพื่อนๆมานำเสนอและได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กลุ่มของดิฉันก็พอสรุปได้เพียงแค่นี้ค่ะ

บันทึกการเข้าเรียน วันที่ 7 มกราคม 2552

สวัสดีค่ะ...การเรียนการสอนต่อจากสัปดาห์ที่แล้วการจัดสภาพแวดล้อมควรจัดห้องเรียนให้สอดล้องกับเนื้อหาที่เราจะสอน และในการจัดห้องเรียนครจะมีการส่งเสริมภาษาให้กับเด็กโดยมีการจัดมุมต่างๆ เช่น
1. มุมบ้าน มุมนี้เด็กก็จะเข้ามาเล่นใบมุมนี้เเล้วมีการพูดคุยกันเหมือนการอยู่บ้าน ทำให้เด็กได้มีโอกาสในการพัฒนาภาษาของเด็กได้
2. มุมหมอ มุมนี้ก็จะได้มีการเล่นบทบาทสมมติเป็นคนไข้ กับคุณหมอ ก็จะเป็นการฝึกภาษาพูดและภาษาเขียนไปในตัวเพราะการเล่นบทบาทเป็นหมอหรรือพยาบาลก็จะมีการสอบถามผูป่วย มีการนัดหมายผู้ป่วย เป็นต้น
3. มุมตลาด เด็กจะได้ฝึกการสนทนาสือสารดต้อตอบระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
4. มุมจราจจร เด็กจะได้เรียนรู้สัญลักษณ์จราจรกระบวนการเรียนรู้แบบธรรมชาติตามวัยวุฒิของเด็กครูจะต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเด็กว่าเขาสามารถทำทำงานได้ พฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กจะเกิดขึ้นเองซึ่งครูจะต้องสังเกตุ และครูจต้องระลึกว่าธรรมชาติขิงเด็กจะเกิดขึ้นพร้อมกับความสารถในการเรียนรู้มีสมองไว้คิด และมีประสาทสัมผัทั้ง
5. เพื่อการรับรู้ ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้เเละซึมซับสิ่งต่างๆได้เองตามธรรมชาติบทบาทของครูครูควรมีวิธีการในการเชื่อมโยงประสบการณืที่เด็กมีอยู่เดิมให้สัมพันธ์กับกิจกรรมที่จัดขึ้น เช่น การเล่าเรื่อง การเปิดโอกาสให้เด็กได้พูดคุย และครูควรหาหนังสือมาจัดไว้ที่ห้องเรียนเพื่อให้เด็กได้หยิบอ่านได้ตามความสะดวกบรรยากาศในการสอนเเนวใหม่เด็กจะเเสดงให้ครูเห็นว่า เขาต้องการเขียนสอ่งที่มีความหมาย สิ่งที่เขาอยากให้ผู้อื่นเข้าใจการเรียน ระยะเเรกจึงเป็นการที่เด็กสร้างความคิด ซึ่งเกิดจากประสบการณ์เดิมเด็กจะเขียนเส้นขยุกขยิกคล้ายตัวหนังสือ แต่ยังไม่ถูกตต้อง ครูครวส่งเสริมไม่ควรตำหนิเด็ก และให้เเก้ไขทันทีควรให้เด็กได้ฝึกสังเกตุสิ่งที่เด็กพบเห็นบ่อยๆ การสังเกตุจะช่วยให้เด็กเกิกการพัฒนาและปรับปรุงให้ถูกต้องดดยไม่เกิดความรู้สึกผิดการประเมินผลครูพิจารณาจากการสังเกตและ
การบันทึก การเก็บร่องรอยทางภาษาของเด็ก ขณะทำกิจกรรมต่างๆ และสะสมชิ้นงานเป็นการประเมินการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง

บันทึกการเข้าเรียน วันที่ 19 ธันวาคม 2552

สวัสดีค่ะ การเข้าเรียนวันที่ 19 ธันวาคม 2552

ทฤษฎีเป็นกุญแจสำคัญต่อการสะท้อน ความคิดต่อการสอนของครูผุ้เรียนต้องเป็นศูนกลางของกระบวนการเรียนรู้ครูผูสอนควรบูรณาการด้านภาษาให้กลมกลืนไปกับการเรียนรู้ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของนักทฤษฎีการนำเข้าสู่บทเรียน
-บัตรคำ
-การจับคู่ขั้นสอน
-สาธิต

เพียเจต์ เด็กจะเรียนรู้ผ่านกิจกรรมด้วยการเคลื่อนใหวและมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างเป็นองค์ความรู้ ขั้นภายในตนเองโดยเด็กเป็นผู้กระทำ (Active) ก่อให้เกิดการเรียนรู้ในการคิดด้วยตนเอง จึงกล่าวได้ว่า การเรียนรู้ของเด็กเกิดขึ้นจากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมผ่านการเล่นซึ่งช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาจากกิจกรรมที่ทำร่วมกันและรายบุคคล
ไวกอตสกี การเรียนรู้ภาษาของเด็กเกิดขึ้นได้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลใกล้เคียง เช่น พ่อ แม่ เพื่อน ครู บริบทหรือสิ่งต่างๆรอบตัวมีอิทธิพลต่อเด็กในการช่วยเหลือให้ลงมือทำเป็นขั้นตอนผ่านการและกิจกรรมนำไปสู่การเรียนรู้ภาษาผ่านการใช้สัญลักษณ์
ฮอลลิเดย์ บริบทสิ่งแวดล้อมในสถานการณ์ที่หลากหลายมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ และการใช้ภาษาของเด็ก เด็กจะเป็นผู้ใช้ภาษาในการมีปฎิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่เกี่ยวข้องในการเรียนรู้ทุกสิ่งผ่านภาษาและเรียนเกี่ยวกับภาษาไปพร้อมๆกันกู๊ดแมน ภาษาเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับชีวิตเด็ก เด็กต้องเรียนรู้ภาษาและต้องใช้ภาษาและต้องใช้ภาษาเพื่อการเรียนรู้ ดังนั้นครูต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับภาษากระบวนการบรรยากาศการเรียน มีลักษณะของความร่วมมือกันระหว่างครูและเด็กๆ ตั้งแต่การวางแผนการวางแผนระยะสั้น(short-rnage plans) โดยเด็กและครูจะใช้ความคิดและขั้ตอนในการทำกิจกรรมการฟังและการพูดของเด็ก
ดิฉันพอสรุปการเข้าเรียนได้เพียงเท่านี้ค่ะ

บันทึกการเข้าเรียน วันที่ 3 ธันวาคม 2552

สวัสดีค่ะ... การเรียนวิชาการจัดประสบการร์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยวันนี้ดิฉันที่จะสรุปเนื้อหาดังนี้
-กระบวนการเรียนการสอนในห้องเรียน
บรรยากาศการในห้องเรียนเรียนมีความการร่วมมือและสามัคคีกันระหว่างครูและเด็กๆ ตั้งแต่การวางแผน คือ คิดด้วยกันว่าจะทำอะไร ทำเมื่อไร ทำอย่างไร จำเป็นต้องใช้วัสดุอุปกรณ์อะไร จะหาสิ่งที่ต้องการมาได้อย่างไร สนุกสนาน เป็นกันเอง
-การฟังและพูดของเด็ก
เด็กมีโอกาสได้ยินเสียงแม่พูด แม้ว่ายังพูดไม่ได้
เด็กเกิดการเรียนรู้ภาษาพูดเพราะการสอนเด็กใหพูดนั้นเด็กจำเป็นต้องได้ยิน ได้ฟังภาษาพูดก่อน ยิ่งได้ฟังมากจะเข้าใจชัดเจนขึ้น
เด็กวัย 2-3 ขวบการพูดของแม่จะช่วยให้ลูกมีพพัฒนาการทางภาษาที่ดี การสนทนา การวักถาม เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันเป็นสิ่งที่จำเป็นในการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ในด้านการเข้าใจความหมายของภาษาจากเรื่องง่าไปหาเรื่องที่ยากและสลับซับซ้อนมากขึ้น
ภาษามีบทบาทในการสื่อสารความคิดรวมไปถึงจินตนาการ เพื่อตอบสนองความต้องการของตนได้เป็นอย่างดี
-การอ่านและเขียนของเด็ก
การอ่านหนังสือให้เด็กฟังทุกวันเป็นสิ่งจำเป็นในการให้โอกาสเด็กเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเขียน ขณะที่อ่านควรชี้นิ้วตามตัวหนังสือไปด้วย ทำให้เด็กเรียนรู้กฏเกณฑ์ทุกขั้นตอน สิ่งที่สำคัญคือ การให้เด็กเรียนรู้ที่จะเข้าใจประเด็นในเรื่องท่อ่านว่าสิ่งที่ประกอบกันขึ้นคือรวมทั้งหมดที่เป็นเนื้อหาที่นำเสนอระบบการคิดผ่านไวยากรณ์ภาษาของเด็ก
ควรสนทนากับเด็กเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ทางภาษาอย่างง่ายๆ เนื้อหาที่อ่านควรสัมพันธ์กับสิ่งๆรอบตัว และพยายามเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมของเด็กตลอดเวลาเพื่อให้เห็นประโยชน์และความเกี่ยวพันของภาษาเขียนกับชีวิตจริง
จึงกล่าวได้ว่า การเขียน หมายถึง การสื่อสารเพื่อแสดงความคิดความรู้สึกออกมาอย่างความหมาย
การเขียนและการอ่านจะดำเนินการไปพร้อมกัน เนื่องจากการเป็นนักเขียนที่ดีนั้นต้องอาศัยการอ่านที่แตกฉานในเรื่องนั้นๆ ส่วนการฝึกฝนให้เด็กเขียนหนังสือนั้น ครูต้องตระหนักว่าการฝึกเขียรที่ให้ลอกเลียนแบบโดยเด็กไม่ได้ใช้ความคิดเเตเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือหรือฝึกเฉพาะความสวยงามของลายมือแตกต่างโดยสิ้นเชิงกัการเขียนที่มาจากความคิด
ภาษาที่ได้จากกาฝึกคิดและการถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาษาสัญลักษณ์ คือ ตัวอัการอย่างธรรมชาติจากการฟังมากได้อ่านมาก จนสามารถถ่ายทอดเองได้ และมาฝึกฝนความถูกต้อง สวยงามภายหลัง่วนการอ่านนั้นสามารถทำได้ตลอดเวลาด้วยการอ่านจากหนังสือ ถนน สิ่งรอบตัว
ความรู้ของเด็กจะเพิ่มพูนขึ้นเมื่อเด็กได้รับโอกาสในการทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการอ่านร่วมกับผู้ใหญ่ และกิจกรรมที่จัดให้เด็กให้อ่านเงียบๆตามลำพัง การอ่านกับเพื่อนเป็นคู่ เป็นกลุ่มย่อย เพื่ออภิปรายร่วมกัน ในการกรรับฟังและการตรวจสอบความคิดความเข้าใจซึ่งกันและกันโดยเฉพาะการอ่านจากสิ่งที่รู-เด็กเยนร่วมกัน หรือสิ่งที่เด็กเขียนขึ้นเอง
ลักษณะสำคัญและกิจกรรมทงภาษาแบบองค์รวม
อ่าน-เขียน
- เน้นความเข้าใจเเน้อเรื่องมากกว่าการท่องจำตัวหนังสือผ่านการฟังนิทาน เรื่องราวสนทนาโต้ตอบ คิดวิเคราะห์ร่วมกับครูหรือผู้ใหญ่
- การคาดคะเนโดยการเดาในขระเขียน อ่าน และสะกด เป็นสิ่งที่ได้รับในการเรียนรู้ภาษาธรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องอ่านหรือสะกดถุดฃกต้องทั้งหมด
ในการเรียนในวันนี้ก้พอที่จะสรุปได้เพียงเท่านี้ และนอกจากเรียนเนื้อหาในเรื่องนี้แล้วอาจารยืยังมีการสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม และประสบการณืต่างๆที่อาจารย์ได้ประสบพบเจอมาให้ได้ฟังด้วย เช่น
สื่อที่นำเข้าสู่บทเรียน
- เพลง - คำถาม
- คำคล้องจอง - นิทาน
- เกม
ดิฉันสรุปเนื้อหาที่เรียนได้แค่นี้ค่ะ

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

บันทึกการเข้าเรียน วันที่ 26 พฤศจิกายน 2551

สวัสดีค่ะ วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน 2551 ดิฉันได้เรียนวิชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยซึ่งวันนี้อาจารย์ได้สอนเกี่ยวกับเรื่องการจัดประสบการณ์ทางภาษาธรรมชาติ ซึ่งมีเนื้อหาที่พอสรุปได้ดังนี้การจัดประสบการณ์ทางภาษาธรรมชาติภาษา คือ สิ่งที่ใช้ในการสื่อสารภาษาธรรมชาติ (Whole Language Approaoh)การสอนภาษาโดยองค์รวมนักการศึกษาได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับการศึกษาโดยองค์รวมไว้ว่า

โคมินิวอุส
เด็กสามารถค้นพบข้อมูลใหม่ๆได้ ด้วยการนำเสนอด้วยสิ่งที่เด็กคุ้นเคยในชีวิต เด็กจะเข้าใจสิ่งที่เป็นรูปธรรมได้โดยการใช้ภาษาถิ่นหรือภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันของเด็ก

กู๊ดแมน สมิท
ความรู้จะเกิดขึ้นอย่างพรั่งพรูจากกระบวนการเรียนรู้และมีการพัฒนาภาษาพูด ภาษาเขียน ซึ่งครูจะเห็นได้ชัดจากการที่เด็กนั้นอาศัยภาษาสื่อ ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างมีความหมายในกระบวนกาเรียนรู้ทั่วๆไปของเด็กในโรงเรียนครูใช้ภาษาจากทักษะด้านการ ฟัง พูด อ่าน เขียน แบองคืรวมในทุกกิจกรรมในห้องเรียน เช่น การวิเคราะห์ เรื่องราวต่างๆ การแนะแนวหลักสูตร การทำจดหมายข่าว เป็นต้น ครูบางกลุ่มได้อธิบายการพัฒนาปรับเปลี่ยนการอ่านของเด็กจนเกิดแนวการใหม่ในการอ่านแบบภาษาธรรมชาติ

จูดิท นิวแมน
การสอนภาษาโดยองค์รวมมีลักษณะเป็นปรัชญา ความคิดของผู้สอนโดยก่อตัวขึ้นจากหลักการสอนที่ผู้สอนนำมาบูรณาการและยังมีนักทฤษฏีบอกไว้ว่า

จอห์น ดิวอี้
การเรียนรู้ทางภาษาของเด้กเกิดจากประสบการณ์ตรง โดยการลงมือกระทำด้วยตนเองทฤษฏีนี้เป้นกุญแจสำคัญของการสะท้อนความความคิดตอการสอนของครู( Reflective teaching)ผูเรียนต้องเป็นศูนย์กลางของกระบวนการเรียน ครูผู้สอนควรบูรณาการด้านภาษาให้กลมกลืนไปกับการเรียนรู้ทุกเรื่องในหลักสูตร วึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของนักทฤษฏีต่อไปนี้

เพียเจต์
เด็กจะเรียนรู้ผ่านกิจกรรมด้วยการเคลื่อนใหวและมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างเป็นองคืความรู้ ขั้นภายในตนเองโดยเด็กเป็นผู้กระทำ ก่อให้เกิดการเรียนรู้ในการคิดด้วยตนเองจึงกล่าวได้ว่า การเรียนรู้ของเด็กเกิดขึ้นจากการมีปฏิสัมพันธ์กับิ่งแวดล้อมผ่านการเล่นวึ่งช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาจากกิจกรรมที่ทำร่วมกันและรายบุคคล

ไวกอตสกี
การเรียนรู้ภาษาของเด็กเกิดขึ้นได้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลใกล้เคียง เช่น พ่อ แม่ เพื่อน ครู บริบทหรือสิ่งต่างๆรอบตัวมีอิทธิพลต่อเด็กในการช่วยเหลือให้ลงมือทำเป็นขั้นตอนผ่านการและกิจกรรมนำไปสู่การเรียนรู้ภาษาผ่านการใช้สัญลักษณ์

ฮอลลิเดย์
บริบทสิ่งแวดล้อมในสถานการณ์ที่หลากหลายมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ และการใช้ภาษาของเด็ก เด็กจะเป้นผู้ใช้ภาษาในการมรปฎิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่เกี่ยวข้องในการเรียนรู้ทุกสิ่งผ่านภาษาและเรียนเกี่ยวกับภาษาไปพร้อมๆกัน

กู๊ดแมนสรุป
ภาษาเป็นเครื่องมืที่สำคัสำหรับชีวิตเด็ก เด็กต้องเรียนรู้ภาษาและต้องใช้ภาษาและต้องใช้ภาษาเพื่อการเรียนรู้ ดังนั้นครูต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับภาษาหลังจากเรียนเนื้อหาแล้วอาจารยืให้ทำกิจกรรม โดยให้พุดเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองรักที่สุด ซึ่งกิจกรมนี้ข้าพเจ้าได้เสนอ โทรศัพท์มือถือเพราะโทรศัพท์มีความหมายกับดิฉันค่ะและสุดท้ายนี้อาจาย์ยังได้สั่งงานให้ไปสัมภาษณ์เด็กว่ารักอะไรมากที่สุดด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

บันทึกการเข้าเรียน วันที่ 19 พฤศจิกายน 2551

การเรียนในวันพุธที่ผ่านมา ดิฉันรู้สึกว่าเรียนสนุกสนานมากค่ะ อาจารย์มีการนำเอาเนื้อหาในแต่ละวิชามาบูรณาการเข้าด้วยกัน ทั้งวิชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาฯ,วิชานิทานและหุ่นฯ และวิชาการจัดประสบการณ์ทางการเคลื่อนไหวและจังหวะฯ ทำให้สามารถเข้าใจง่ายขึ้นและไม่น่าเบื่อ
เนื้อหาที่เรียนพอสรุปได้ดังนี้


- นิทานมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาษา คือ
1) ทักษะการพูด

2) ทักษะการฟัง
3) ทักษะการแสดงออกด้วยท่าทาง
- ภาษาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ"สมอง" สมองของเด็กทำงานโดย "การซึมซับ" และ "ปรับปรุงสร้าง - เครื่องมือซึมซับของเด็กคือ การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
- พัฒนาการ คือ การเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปตามลำดับขั้นตอน และสะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรม ที่จะบอกให้รู้ว่าเด็กทำอะไรได้-ไม่ได้ ไปตามลำดับอายุ
- พัฒนาการของสมองของเด็ก มีดังนี้
เด็กแรกเกิด - 2 ปี เป็นขั้นของการซึมซับ
เด็กอายุ 2-4 ปี ใช้ภาษาและคำในการสื่อสารเด็กอายุ 4-6 ปี เริ่มใช้คำที่ดีขึ้น บอกเหตุผลได้ อย่างที่ตามองเห็น
เด็กอายุ 5 ปี เป็นขั้นอนุรักษ์ เริ่มให้เหตุผล ไม่ได้ตอบตามที่ตามองเห็น
- การใช้คำถามในการถามเด็ก (กิจกรรมวาดภาพ)
1) "หนูนึกถึงอะไรตอนวาดรูปนี้คะ"

2) "รูปนี้หนูอยากให้เป็นอะไรคะ"
การเรียนครั้งนี้มีทั้งหมด 3 กิจกรรมด้วยกัน

กิจกรรมแรก คือ อาจารย์ให้ร้องเพลงคนละ 1 เพลง ดิฉันได้ร้องเพลง "เรือ"

กิจกรรมที่ 2 คือ เป็นกิจกรรมบทบาทสมมติ อาจารย์ให้นำเสนอสินค้าของตัวเองที่คิดว่าเบื่อแล้ว นำเสนอขายให้ดึงดูดผู้บริโภคอยากซื้อมากที่สุด สินค้าที่ดิฉันนำเสนอขายให้กับเพื่อนคือ"ซิม True Move"กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมทางภาษาสามารถนำมาสอนเด็กได้ โดยให้เด็กได้โฆษณาซึ่งมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1) ใช้สื่อสารเพื่อบอกลักษณะเด่น คุณลักษณะเด่น ให้ผู้อื่นคล้อยตาม
2) ให้เด็กได้ พูด-ฟัง
3) เด็กได้สังเกตและดึงคุณสมบัติเด่นสินค้า
4) เด็กได้วิเคราะห์และประโยชน์ของสินค้า
5) ฝึกให้เด็กได้คิดและตัดสินใจ

กิจกรรมที่ 3 คือ กิจกรรมการกล่าวความดี คือ อาจารย์จะให้นั่งสมาธิและนึกถึงคุณความดีที่เราอยากกระทำ สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากกระทำคือ "ในอนาคต อยากตอบแทนผู้มีพระคุณ

ความรู้สึกที่ได้ทำบล็อก

ดิฉันรู้สึกว่าการทำบล็อกวันแรก วุ่นวายมากเพราะว่าบางครั้ง ก็ทำตามอาจารย์ไม่ค่อยทัน แต่พอวันหลังๆ ก็รู้สึกดีขึ้นมาก สามารถทำบล็อกได้ดีขึ้น การทำบล็อกมีประโยชน์มาก สามารถเก็บข้อมูลต่างๆ ได้หลายอย่าง มีความสดวก และที่สำคัญการทำบล็อกเป็นศิลปอย่างหนึ่งในการจัดรูปแบบบล็อกให้สวยงาม